ผู้ชายขาดแมกนีเซียม: ทำไมอาหารประจำวันถึงได้ไม่พอ และควรกินอะไร
งานวิจัยและแหล่งข้อมูลที่ใช้อยู่ท้ายบทความ นโยบายกองบรรณาธิการ
แมกนีเซียมช่วยกล้ามเนื้อ เส้นประสาท และหลอดเลือดอยู่เงียบๆ ในค่าประมาณจากแบบจำลองของงานวิจัยระดับโลก แมกนีเซียมติดสามอันดับแรกของสารอาหารที่ผู้ชายไทยได้รับไม่พอ มาดูกันว่าทำไม และควรกินอะไรเท่าไร

ค่าแนะนำ (RDA) ของสหรัฐอเมริกาสำหรับผู้ชายคือ แมกนีเซียม 400 มก. ต่อวันเมื่ออายุ 19 ถึง 30 ปี และ 420 มก. ตั้งแต่อายุ 31 ปี ค่าประมาณจากแบบจำลองของงานวิจัยระดับโลกปี 2024 พบว่า ผู้ชายไทยประมาณ 9 ใน 10 คนได้รับแมกนีเซียมจากอาหารไม่พอ สูงเป็นอันดับ 7 จาก 70 ประเทศที่เราเปรียบเทียบ (คิดจากอาหารเท่านั้น) สาเหตุหลักคือข้าวขัดสี: ข้าวกล้องหุงสุก 100 กรัมมี 49 มก. ข้าวขาวมีเพียง 7 มก. เต้าหู้ ถั่ว เมล็ดฟักทอง และผักใบเขียวเป็นแหล่งที่หาง่าย เมล็ดฟักทอง 28 กรัมมีประมาณ 156 มก. เริ่มจากอาหารก่อน และถ้าใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไม่ควรเกิน 350 มก. ต่อวัน
สารบัญ
แมกนีเซียมทำหน้าที่อะไร
แมกนีเซียมช่วยให้เอนไซม์มากกว่า 300 ชนิดในร่างกายทำงานได้ ร่างกายผู้ใหญ่มีแมกนีเซียมราว 25 กรัม โดย 50 ถึง 60% อยู่ในกระดูก หน้าที่หลักได้แก่
- พลังงาน: มีส่วนในการเปลี่ยนอาหารเป็นพลังงานและการสร้างโปรตีน
- กล้ามเนื้อ: แคลเซียมช่วยให้กล้ามเนื้อหดตัว ส่วนแมกนีเซียมทำงานด้านการคลายตัว
- เส้นประสาท: ช่วยในการส่งสัญญาณประสาท
- หลอดเลือด: มีส่วนในการขยายตัวของหลอดเลือด
การแข็งตัวขององคชาตอาศัยการขยายตัวของหลอดเลือดเพื่อให้เลือดไหลเข้า โดยมีกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน (กล้ามเนื้อ PC ที่ใช้ตอนขมิบ) ช่วยกักเลือดไว้ ยังไม่มีงานวิจัยที่แสดงว่าการได้แมกนีเซียมมากขึ้นทำให้การแข็งตัวดีขึ้น แต่แมกนีเซียมเป็นหนึ่งในสารอาหารที่กล้ามเนื้อและหลอดเลือดต้องใช้
ผู้ชายต้องการเท่าไร และได้รับจริงเท่าไร
| ผู้ชาย อายุ | RDA ของสหรัฐอเมริกา (ต่อวัน) |
|---|---|
| 19–30 ปี | 400 มก. |
| 31 ปีขึ้นไป | 420 มก. |
| ปริมาณสูงสุดจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและยา | 350 มก. |
สำนักงานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร NIH สหรัฐอเมริกา ปริมาณสูงสุดใช้กับแมกนีเซียมจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและยาเท่านั้น ไม่รวมอาหาร ปริมาณอ้างอิงที่ควรได้รับประจำวันของไทยอาจต่างไปเล็กน้อย
เราไม่พบตัวเลขการสำรวจการบริโภคของไทยที่อ้างอิงได้ในบทความนี้ จึงดูจากแหล่งอื่นแทน งานวิจัยระดับโลกของ Passarelli และคณะ (2024) ประมาณว่าผู้ชายไทยอายุ 20 ปีขึ้นไปราว 90% ได้แมกนีเซียมจากอาหารไม่ถึงความต้องการ เป็นค่าประมาณจากแบบจำลองที่อาจสูงกว่าความจริง ประเทศที่วัดจริงก็ไปในทางเดียวกัน ผู้ชายญี่ปุ่นอายุ 20 ปีขึ้นไปได้รับเฉลี่ยเพียง 270 มก. ต่อวัน (สำรวจปี 2019) และในสหรัฐอเมริกา 48% ของประชากรได้รับน้อยกว่าความต้องการเฉลี่ย (NHANES 2013–2016)
ทำไมอาหารทุกวันนี้ถึงได้ไม่พอ
ข้าวขาวและแป้งขัดขาว
แมกนีเซียมในธัญพืชส่วนใหญ่อยู่ที่จมูกข้าวและรำ ซึ่งถูกขัดออกไปตอนสีข้าวหรือโม่แป้ง สำหรับคนที่กินข้าววันละสองสามมื้อ ส่วนต่าง 49 กับ 7 มก. ต่อข้าว 100 กรัมจึงรวมกันเป็นตัวเลขที่มาก ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และขนมปังขาวก็ทำจากแป้งที่ขัดแล้วเช่นกัน
ถั่วและผักน้อยในมื้ออาหาร
แหล่งแมกนีเซียมที่ดีที่สุดคือเมล็ดพืช ถั่ว และผักใบเขียว อาหารจานเดียวอย่างข้าวมันไก่ ข้าวกะเพรา หรือข้าวผัด มักมีผักและถั่วน้อยมาก ส่วนกับข้าวแบบสำรับที่มีต้มจืดเต้าหู้หรือผัดผักจะช่วยได้มากกว่า
แอลกอฮอล์
การขาดแมกนีเซียมพบบ่อยในคนที่ดื่มเหล้าเบียร์มากเป็นเวลานาน ส่วนหนึ่งเพราะแมกนีเซียมถูกขับออกทางปัสสาวะมากขึ้น
ยาและโรคประจำตัว
การใช้ยาขับปัสสาวะบางชนิด (กลุ่ม loop และ thiazide) เป็นเวลานานอาจเพิ่มการสูญเสียแมกนีเซียมทางปัสสาวะ ผู้ที่มีภาวะดื้อต่ออินซูลินหรือเบาหวานชนิดที่ 2 ก็อาจสูญเสียมากขึ้นเช่นกัน
เรามักได้ยินว่าเหงื่อหรือความเครียดทำให้แมกนีเซียมหมด แต่เราไม่พบข้อมูลนี้ในแหล่งข้อมูลทางการที่ตรวจสอบ
ขาดแมกนีเซียมแล้วจะเป็นอย่างไร
อันดับแรก การขาดแมกนีเซียมแบบชัดเจนพบได้น้อยในคนสุขภาพดีที่กินอาหารตามปกติ เพราะไตจะเก็บแมกนีเซียมไว้เพื่อรักษาระดับในร่างกาย แต่การกินต่ำกว่าค่าแนะนำต่อเนื่องหลายปีเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แหล่งข้อมูลทางการระบุว่า
- อาการแรกๆ: เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อ่อนเพลีย และไม่มีแรง ทั้งหมดเป็นอาการกว้างๆ ที่มีสาเหตุอื่นได้อีกมาก
- เมื่อรุนแรงขึ้น: ชา เป็นเหน็บ ตะคริว และหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ดังนั้นตะคริวที่ขาอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าขาดแมกนีเซียม การดูอาหารที่กินประจำบอกอะไรได้มากกว่าการเดาจากอาการ
งานวิจัยในผู้ชาย
- กลุ่มตัวอย่าง
- ผู้ชายอายุ 65 ปีขึ้นไปในการศึกษา InCHIANTI ผู้อาศัยในแคว้นทัสคานี อิตาลี
- สิ่งที่ศึกษา
- แมกนีเซียมในเลือดกับความสัมพันธ์กับเทสโทสเตอโรนและ IGF-1 (ฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการเจริญเติบโต)
- ผลที่พบ
- แม้ปรับตามอายุ ขนาดร่างกาย แรงบีบมือ และโรคประจำตัวแล้ว ผู้ที่มีแมกนีเซียมในเลือดสูงกว่ามีแนวโน้มมีเทสโทสเตอโรนและ IGF-1 สูงกว่า
- ข้อจำกัด
- วัดเพียงครั้งเดียว จึงบอกไม่ได้ว่าการเพิ่มแมกนีเซียมทำให้เทสโทสเตอโรนสูงขึ้น วัดระดับในเลือด ไม่ใช่อาหารที่กิน และศึกษาเฉพาะผู้ชายสูงอายุ
ด้านหลอดเลือด การวิเคราะห์อภิมาน 22 การทดลองของผลิตภัณฑ์เสริมแมกนีเซียมรายงานว่าความดันโลหิตลดลงเล็กน้อย ประมาณ 3 ถึง 4 mmHg สำหรับตัวบน และ 2 ถึง 3 mmHg สำหรับตัวล่าง ความต่างนี้เล็กและแตกต่างกันในแต่ละคน หากความดันสูง ควรทำตามคำแนะนำของแพทย์ ไม่ใช่พึ่งผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
สิ่งที่ทำได้เพื่อเทสโทสเตอโรนผ่านการนอน น้ำหนักตัว และอาหาร อ่านได้ใน เพิ่มเทสโทสเตอโรนแบบธรรมชาติ
อาหารที่มีแมกนีเซียมสูง
สำหรับคนไทยที่กินข้าวทุกมื้อ จุดที่เปลี่ยนได้มากที่สุดคือข้าวในจานนั่นเอง ถัดมาคือเมล็ดพืช ถั่ว และผักใบเขียว ปริมาณด้านล่างมาจากสำนักงานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร NIH สหรัฐอเมริกา
Photo: Ceeseven / CC BY-SA 4.0ข้าวกล้อง
แมกนีเซียม
ข้าวสุก ½ ถ้วยตวง: ประมาณ 42 มก.
ข้าวไรซ์เบอร์รี่และข้าวซ้อมมือก็ไม่ผ่านการขัดสีมากเช่นกัน ถ้ายังไม่คุ้นให้ผสมกับข้าวขาว

เมล็ดฟักทอง
แมกนีเซียม
28 กรัม อบ: ประมาณ 156 มก.
แหล่งที่สูงที่สุดในรายการ เลือกแบบเค็มน้อย
Photo: HaJunkiyada / CC BY-SA 4.0อัลมอนด์
แมกนีเซียม
28 กรัม อบแห้ง: ประมาณ 80 มก.
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ใกล้เคียงกัน: ประมาณ 74 มก. ต่อ 28 กรัม
Photo: yomi955 / CC BY 2.0ถั่วแระญี่ปุ่น
แมกนีเซียม
½ ถ้วยตวง แกะเปลือกแล้วต้ม: ประมาณ 50 มก.
ถั่วดำต้มสุก: ประมาณ 60 มก. ต่อ ½ ถ้วยตวง

ผักปวยเล้ง
แมกนีเซียม
½ ถ้วยตวง ต้มสุก: ประมาณ 78 มก.

ขนมปังโฮลวีท
แมกนีเซียม
1 แผ่น: ประมาณ 23 มก.
อาหารไทยที่คุ้นเคยอื่นๆ ที่ช่วยเพิ่มแมกนีเซียม (ปริมาณขึ้นกับวิธีปรุง เราจึงไม่ใส่ตัวเลข)
| อาหาร | วิธีเพิ่มเข้าไปในมื้อ |
|---|---|
| เต้าหู้ | ต้มจืดเต้าหู้ เต้าหู้ผัดผัก หรือเต้าหู้ทรงเครื่อง (แบบไม่ทอดกรอบดีกว่า) |
| ถั่วลิสง | ในส้มตำ ยำ หรือถั่วต้มกำมือเล็กๆ |
| ถั่วเขียวและถั่วดำ | ถั่วเขียวต้มหรือข้าวเหนียวถั่วดำ ลดน้ำตาลลง |
| ผักใบเขียว (ผักบุ้ง ผักโขม คะน้า) | ผัดผักหรือผักลวกหนึ่งจานทุกมื้อ |
ตัวอย่างหนึ่งวัน
การเติมช่องว่างราว 100 มก. อาจเป็นแบบนี้
- มื้อเช้า: ขนมปังโฮลวีทแทนขนมปังขาว (สองแผ่น ประมาณ 46 มก.) หรือโจ๊กข้าวกล้อง
- มื้อกลางวัน: สั่งข้าวกล้องแทนข้าวขาวถ้าร้านมี และเพิ่มผักหนึ่งอย่าง
- มื้อเย็น: ผัดผักปวยเล้งหรือผักใบเขียว (ประมาณ 78 มก. ต่อปวยเล้ง ½ ถ้วยตวง) กับต้มจืดเต้าหู้
- ของว่าง: ถั่วแระญี่ปุ่นหรือเมล็ดฟักทองกำมือเล็กๆ แทนขนมขบเคี้ยว (50 ถึง 156 มก.)
ถั่วและเมล็ดพืชมีไขมันสูงด้วย กำมือเล็กๆ ก็เพียงพอ อาหารอื่นที่มีงานวิจัย อ่านได้ใน อาหารกับการแข็งตัว
ถ้าใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
- ไม่เกิน 350 มก. ต่อวัน: สำหรับแมกนีเซียมจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและยา อาหารไม่มีเพดาน เพราะไตที่ปกติจะขับส่วนเกินออกทางปัสสาวะ
- ท้องเสีย: ปริมาณมากจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือยาอาจทำให้ท้องเสีย มักมีคลื่นไส้และปวดเกร็งท้องร่วมด้วย
- โรคไต: แมกนีเซียมอาจสะสมในเลือด ทำให้ความดันต่ำ คลื่นไส้ และหัวใจเต้นผิดจังหวะ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- ยาระบายและยาลดกรด: บางชนิดมีแมกนีเซียม ควรถามแพทย์หรือเภสัชกรว่าไม่ซ้อนกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
ถ้าอยากตรวจดูอาหารประจำวันของตัวเอง
ค่าแนะนำหาได้ง่าย แต่เรากินได้จริงเท่าไรนั้นรู้ยากถ้าไม่ได้คำนวณ การจดทุกมื้อค่อนข้างเหนื่อย การถ่ายรูปอาหารทุกมื้อแล้วดูแนวโน้มในหนึ่งถึงสองสัปดาห์จึงทำต่อเนื่องได้ง่ายกว่า
ค่าประมาณจากรูปถ่ายเป็นเพียงตัวเลขคร่าวๆ ไม่ใช่ปริมาณที่แน่นอน
เมื่อใดควรพบแพทย์
ควรพบแพทย์ แทนที่จะลองปรับอาหารหรือกินผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเอง หาก
- ใจสั่น หัวใจเต้นสะดุดหรือไม่สม่ำเสมอ
- อาการชาหรือตะคริวเป็นซ้ำๆ หรือตะคริวที่ขาเกิดถี่ขึ้นทันที
- อ่อนเพลียหรือเบื่ออาหารนานกว่า 2 สัปดาห์ หรือน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
- กินผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือยาระบายแล้วรู้สึกเวียนหัว คลื่นไส้ หรืออ่อนแรง
- ท้องเสียหลายวัน หรือมีไข้หรือมีเลือดปน
- ดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้นเรื่อยๆ และลดไม่ได้
ถ้ากำลังรักษาโรคไตหรือเบาหวานอยู่ ให้ปรึกษาแพทย์ที่ดูแลคุณ
คำถามที่พบบ่อย
ตะคริวที่ขาบ่อยๆ เป็นสัญญาณของการขาดแมกนีเซียมหรือไม่
ไม่เสมอไป การขาดแมกนีเซียมรุนแรงอาจทำให้เป็นตะคริวได้ แต่การขาดที่ชัดเจนพบได้น้อยในคนสุขภาพดีที่กินอาหารตามปกติ ตะคริวมีหลายสาเหตุ เช่น ดื่มน้ำน้อยหลังเสียเหงื่อ ออกกำลังกายหนักเกินไป ยาบางชนิด และโรคของหลอดเลือดหรือเส้นประสาท หากเป็นซ้ำบ่อยๆ ควรพบแพทย์
ตรวจเลือดบอกได้ไหมว่าได้รับแมกนีเซียมพอหรือไม่
บอกได้ไม่ค่อยแม่นนัก แมกนีเซียมในเลือดมีไม่ถึง 1% ของทั้งร่างกาย และร่างกายควบคุมระดับนี้ไว้อย่างเข้มงวด ส่วน 50 ถึง 60% อยู่ในกระดูก สำหรับผู้ชายที่สุขภาพดี การดูว่าปกติกินอะไรบ้างเป็นแนวทางที่ใช้ได้จริงกว่า
กินแมกนีเซียมเสริมทุกวันปลอดภัยไหม
ปริมาณสูงสุดที่รับได้สำหรับผู้ใหญ่คือ 350 มก. ต่อวัน จากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและยา (แมกนีเซียมจากอาหารปกติไม่มีเพดาน) หากเกินจากนี้จะท้องเสียได้ง่ายขึ้น ถ้าคุณเป็นโรคไตหรือไตทำงานลดลง แมกนีเซียมอาจสะสมในเลือด จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อน
กินข้าวขาวทุกมื้อ เป็นปัญหาไหม
ข้าวขาวเองไม่ใช่ปัญหา แต่แมกนีเซียมส่วนใหญ่ในเมล็ดข้าวหายไปตอนขัดสี ตามตารางองค์ประกอบอาหารของญี่ปุ่น ข้าวกล้องหุงสุก 100 กรัม มีแมกนีเซียม 49 มก. ส่วนข้าวขาวมีเพียง 7 มก. การผสมข้าวกล้องหรือข้าวไรซ์เบอร์รี่ลงในข้าวขาว และเพิ่มเต้าหู้ ถั่ว และผักใบเขียว เป็นวิธีง่ายๆ ในการเพิ่มแมกนีเซียม
แหล่งอ้างอิง
- NIH Office of Dietary Supplements. Magnesium: Fact Sheet for Health Professionals. ods.od.nih.gov/factsheets/Magnesium-HealthProfessional/
- Maggio M, et al. Magnesium and anabolic hormones in older men. Int J Androl. 2011;34(6 Pt 2):e594-e600. pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/21675994/
- Passarelli S, Free CM, Shepon A, Beal T, Batis C, Golden CD. Global estimation of dietary micronutrient inadequacies: a modelling analysis. Lancet Glob Health. 2024;12(10):e1590-e1599. pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/39218000/
- Health and Longevity Net (Japan Foundation for Aging and Health). Magnesium: functions and daily intake, based on the Dietary Reference Intakes for Japanese (2025). ภาษาญี่ปุ่น www.tyojyu.or.jp/net/kenkou-tyoju/eiyouso/mineral-mg.html
- National Institutes of Biomedical Innovation, Health and Nutrition (Japan). Safety and effectiveness of health foods: Magnesium (intakes from the 2019 National Health and Nutrition Survey). ภาษาญี่ปุ่น hfnet.nibn.go.jp/mineral/detail656/
- Ministry of Agriculture, Forestry and Fisheries of Japan. Nutrients in rice: brown rice and polished rice (from the Standard Tables of Food Composition in Japan). ภาษาญี่ปุ่น www.maff.go.jp/j/syouan/keikaku/soukatu/okome_summary/03/hea


